แผลในปากมะเร็งความรู้เรื่องแผลในปากที่เกี่ยวกับมะเร็ง

Table of contents

ในหน้านี้มีอะไร

  1. เข้าใจแผลในปากจากการรักษา ตั้งแต่สาเหตุถึงระยะเวลา
  2. ทำไมการรักษามะเร็งทำให้เกิดแผลในปาก
  3. เลือกอ่านตามสิ่งที่กำลังเจอ
  4. แผลนี้พบบ่อยและมีช่วงเวลาของมัน
  5. เมื่อไรที่ไม่ควรรอ
หมวด 2

แผลในปากจากการรักษามะเร็ง: oral mucositis คืออะไร

คำตอบสั้น ๆ

แผลในปากจากการรักษามะเร็ง หรือภาวะเยื่อบุช่องปากอักเสบ (oral mucositis) เป็นผลข้างเคียงที่พบบ่อยจากเคมีบำบัดและการฉายแสงบริเวณศีรษะและคอ เกิดจากการที่เยื่อบุช่องปากบอบบางและซ่อมแซมตัวเองได้ช้าลงระหว่างการรักษา ทำให้แดง แสบ และเป็นแผล โดยทั่วไปทีมแพทย์จะเฝ้าระวังและดูแลเรื่องนี้ร่วมไปกับการรักษาหลัก

ผู้ป่วยมะเร็งชาวไทยกำลังรับการดูแลช่องปากอย่างอ่อนโยนระหว่างการรักษา บรรยากาศอบอุ่นและมีศักดิ์ศรี
แผลในปากระหว่างการรักษาเป็นผลข้างเคียงที่พบบ่อย และทีมแพทย์มักเฝ้าระวังอยู่แล้ว

หมวดนี้ช่วยอะไรคุณ

เข้าใจแผลในปากจากการรักษา ตั้งแต่สาเหตุถึงระยะเวลา

หมวดนี้ช่วยให้คุณเข้าใจภาพรวมของแผลในปากที่เกิดจากการรักษามะเร็ง ตั้งแต่สาเหตุ ความแตกต่างระหว่างแผลจากคีโมและจากฉายแสง ระดับความรุนแรง ช่วงเวลาที่มักเกิดและหาย ไปจนถึงปัญหาปากแห้งและการติดเชื้อที่อาจพบร่วม

เนื้อหาเป็นข้อมูลเพื่อความเข้าใจและใช้คุยกับทีมรักษา ไม่ใช่การแนะนำยาหรือวิธีการรักษาเฉพาะ

ข้อมูลนี้ใช้เพื่อการศึกษา ไม่แทนคำแนะนำเฉพาะรายจากทีมแพทย์

เข้าใจที่มา

ทำไมการรักษามะเร็งทำให้เกิดแผลในปาก

ภาพประกอบเชิงให้ความรู้ว่าการรักษามะเร็งกระทบเยื่อบุช่องปากอย่างไร แบบไม่ graphic

เยื่อบุช่องปากเป็นเนื้อเยื่อที่ผลัดเปลี่ยนและซ่อมแซมตัวเองเร็ว ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่ทำให้ได้รับผลกระทบจากการรักษาที่มุ่งเป้าเซลล์ที่แบ่งตัวเร็วอย่างเคมีบำบัดและการฉายแสง เมื่อการซ่อมแซมช้าลง เยื่อบุจึงบางลง แดง แสบ และเกิดแผลได้ง่ายขึ้น

ความรุนแรงแตกต่างกันในแต่ละคน ขึ้นกับชนิดและขนาดของการรักษา บริเวณที่ฉายแสง และปัจจัยอื่น ๆ ทีมแพทย์มักประเมินและเฝ้าระวังเรื่องนี้ตั้งแต่ก่อนเริ่มการรักษา

เลือกอ่าน

เลือกอ่านตามสิ่งที่กำลังเจอ

แต่ละหัวข้ออธิบายรายละเอียดของภาวะแผลในปากจากการรักษา

หัวข้อ 1

Oral mucositis คืออะไร เกิดขึ้นได้อย่างไร

ทำความเข้าใจนิยาม กลไก และภาพรวมของภาวะนี้แบบเข้าใจง่าย

อ่านต่อ
หัวข้อ 2

แผลในปากจากคีโม vs จากฉายแสง ต่างกันอย่างไร

ทั้งสองแบบมีจุดเหมือนและต่าง ทั้งช่วงเวลาเกิดและบริเวณที่พบ

อ่านต่อ
หัวข้อ 3

ระดับความรุนแรงของแผลในปาก

แผลในปากมีตั้งแต่ระคายเล็กน้อยจนถึงรุนแรง ทีมแพทย์ประเมินอย่างไร

อ่านต่อ
หัวข้อ 4

แผลในปากเริ่มเมื่อไร อยู่กี่วัน หายเมื่อไร

ช่วงเวลาคร่าว ๆ ที่มักพบ เพื่อให้ตั้งรับและวางแผนดูแลได้

อ่านต่อ
หัวข้อ 5

ปากแห้ง น้ำลายน้อยจากฉายแสง

ภาวะปากแห้ง (xerostomia) ที่พบร่วม และทำไมจึงทำให้ไม่สบายปาก

อ่านต่อ
หัวข้อ 6

การติดเชื้อในปากระหว่างรักษา

เมื่อภูมิคุ้มกันต่ำ เชื้อรา ไวรัส หรือแบคทีเรียในปากควรระวังอย่างไร

อ่านต่อ
สิ่งที่ควรเข้าใจ

แผลนี้พบบ่อยและมีช่วงเวลาของมัน

แผลในปากจากการรักษาเป็นภาวะที่พบบ่อยและมักมีช่วงเวลาของมัน หลายกรณีแผลจะค่อย ๆ ดีขึ้นหลังจบรอบการรักษาหรือเมื่อร่างกายฟื้นตัว

การดูแลช่องปากอย่างอ่อนโยนและการสื่อสารกับทีมรักษาอย่างสม่ำเสมอ อาจช่วยให้รับมือกับช่วงเวลานี้ได้เป็นระบบและปลอดภัยขึ้น ทั้งนี้ความรุนแรงและระยะเวลาต่างกันในแต่ละคน จึงควรยึดคำแนะนำของทีมที่ดูแลเป็นหลัก

ภาพประกอบช่วงเวลาของแผลในปากระหว่างการรักษา ตั้งแต่เริ่มเป็นจนค่อย ๆ ดีขึ้น

เมื่อไรที่ไม่ควรรอ

หากมีไข้ระหว่างคีโม แผลในปากที่เลือดออกไม่หยุด เจ็บจนกินหรือดื่มไม่ได้จนเสี่ยงขาดน้ำ หรือกลืนและหายใจลำบากมากขึ้น ควรติดต่อทีมแพทย์ที่ดูแลโดยไม่ต้องรอ

อ่านต่อ สัญญาณอันตรายของแผลในปากที่ต้องรีบแจ้งทีมรักษา
คำถามที่พบบ่อย

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับแผลในปากจากการรักษา

เพราะการรักษามุ่งเป้าเซลล์ที่แบ่งตัวเร็ว ซึ่งรวมถึงเซลล์เยื่อบุช่องปากด้วย เมื่อการซ่อมแซมเยื่อบุช้าลง จึงเกิดการอักเสบ แสบ และเป็นแผลได้ง่ายขึ้น เป็นผลข้างเคียงที่พบได้บ่อย

หลายกรณีแผลจะค่อย ๆ ดีขึ้นเมื่อจบรอบการรักษาหรือร่างกายฟื้นตัว แต่ระยะเวลาต่างกันในแต่ละคน การดูแลช่องปากอย่างอ่อนโยนและการปรึกษาทีมรักษาช่วยให้ช่วงนี้ผ่านไปได้สบายขึ้น

มีทั้งจุดเหมือนและต่าง โดยทั่วไปแผลจากคีโมมักเกิดทั่วช่องปากและสัมพันธ์กับรอบยา ส่วนแผลจากฉายแสงมักอยู่ในบริเวณที่ได้รับรังสีและอาจอยู่นานกว่า รายละเอียดอ่านได้ในหัวข้อเปรียบเทียบ

ควรแจ้งตั้งแต่เริ่มรู้สึกผิดปกติ เพราะทีมรักษาจะช่วยประเมินและวางแผนดูแลได้เหมาะสมขึ้น โดยเฉพาะถ้ามีไข้ เลือดออก หรือกินดื่มไม่ได้ ควรแจ้งทันที

หมายเหตุจากกองบรรณาธิการ

เนื้อหาในหมวดนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับแผลในปากที่เกิดจากการรักษามะเร็ง ไม่ใช่คำวินิจฉัยหรือคำแนะนำการรักษาเฉพาะบุคคล และไม่ใช้แทนการพบแพทย์ ผู้ที่กำลังรักษามะเร็งควรทำงานร่วมกับทีมแพทย์ที่ดูแลเสมอ

แหล่งอ้างอิงทั่วไป

  • National Cancer Institute (NCI) — Oral Complications of Chemotherapy and Head/Neck Radiation
  • MASCC/ISOO — แนวทางทั่วไปเกี่ยวกับการดูแลภาวะเยื่อบุช่องปากอักเสบ (oral mucositis)
  • สถาบันมะเร็งแห่งชาติ กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข — ข้อมูลการดูแลผู้ป่วยมะเร็ง

เรียบเรียงโดย: ทีมบรรณาธิการเว็บไซต์ www.แผลในปากมะเร็ง.com / ตรวจทานเชิงผลิตภัณฑ์และความเหมาะสมของถ้อยคำโดย: ทีม Eureka Pharma

Sources / editorial basis

แหล่งอ้างอิงและกรอบข้อมูล

เนื้อหาหน้านี้เรียบเรียงจากแหล่งข้อมูลการแพทย์และแนวทางดูแลผู้ป่วยมะเร็งที่น่าเชื่อถือ โดยปรับภาษาให้อ่านง่ายสำหรับผู้ป่วยและญาติ

  1. NHS — Mouth cancer symptomsสัญญาณที่ควรให้แพทย์หรือทันตแพทย์ตรวจ เช่น แผลในปากนานกว่า 3 สัปดาห์ ก้อน ฝ้าขาว/ฝ้าแดง หรือกลืน/พูดลำบาก
  2. Cancer Research UK — Symptoms of mouth and oropharyngeal cancerอาการที่ควรสังเกต เช่น แผลไม่หาย ก้อน ปวดในปาก ฝ้าขาว/แดง และน้ำหนักลด
  3. NCI — Oral Complications of Cancer Therapies (PDQ®)ภาวะแทรกซ้อนในช่องปากจากการรักษามะเร็ง เช่น mucositis, infection, salivary gland dysfunction, taste dysfunction และ pain
  4. NCI/NCBI — Oral Complications of Cancer Therapies, patient summaryข้อมูลสำหรับผู้ป่วยเรื่อง oral mucositis จากเคมีบำบัดและฉายแสง รวมถึงกรอบเวลาโดยทั่วไป
  5. MASCC/ISOO — Clinical Practice Guidelines for Mucositisแนวทางวิชาชีพสำหรับ mucositis จาก cancer therapy