ประเมินความเจ็บเมื่อผู้ป่วยสื่อสารไม่ได้
เมื่อผู้ป่วยพูดไม่ได้หรือบอกความเจ็บไม่ชัด เช่น อ่อนเพลียมาก สับสน หรือมีข้อจำกัดในการสื่อสาร ผู้ดูแลสามารถ สังเกตสัญญาณที่ไม่ใช่คำพูด ได้แก่ สีหน้า (หน้านิ่ว คิ้วขมวด เม้มปาก) ท่าทาง (เกร็ง หลีกเลี่ยงการขยับปาก) พฤติกรรม (ไม่ยอมกิน งอแง กระสับกระส่าย นอนไม่หลับ) และเสียง (ครางหรือสะอื้น) การจดสิ่งที่สังเกตได้และเล่าให้ทีมแพทย์ช่วยให้ประเมินและจัดการความเจ็บได้ตรงขึ้น หากสงสัยว่าเจ็บมากหรืออาการเปลี่ยนไป ควรปรึกษาทีมแพทย์ ไม่ควรประเมินหรือให้ยาเองโดยไม่ปรึกษา
ทำไมการสังเกตความเจ็บจึงสำคัญ
ความเจ็บที่ไม่ได้รับการดูแลส่งผลต่อการกิน การนอน และคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยโดยตรง แต่ผู้ป่วยบางคนบอกความเจ็บไม่ได้ชัด ไม่ว่าจะเพราะอ่อนเพลีย สับสน มีข้อจำกัดในการพูด หรือไม่อยากเป็นภาระ ผู้ดูแลที่อยู่ใกล้ชิดจึงมีบทบาทสำคัญในการ สังเกตสัญญาณที่ผู้ป่วยแสดงออกโดยไม่ต้องพูด และช่วยส่งต่อข้อมูลให้ทีมแพทย์
หลักคิด
การเปลี่ยนแปลงเล็ก ๆ ของสีหน้าหรือพฤติกรรม อาจเป็นภาษาเดียวที่ผู้ป่วยใช้บอกว่า "เจ็บ" — การใส่ใจสังเกตจึงมีค่ามาก
สัญญาณความเจ็บที่สังเกตได้
ความเจ็บมักแสดงออกผ่านหลายช่องทาง ลองสังเกตหลาย ๆ ด้านประกอบกัน
- !
สีหน้า — หน้านิ่ว คิ้วขมวด เม้มหรือบิดปาก หลับตาแน่น
- !
ท่าทาง — เกร็งตัว หลีกเลี่ยงการขยับปากหรือกลืน เอามือป้องปาก
- !
พฤติกรรม — ไม่ยอมกิน งอแง กระสับกระส่าย นอนไม่หลับ เงียบผิดปกติ
- !
เสียง — คราง สะอื้น ร้องเมื่อขยับปากหรือกลืน
- !
การกินดื่ม — ปฏิเสธอาหาร กลืนแล้วหน้าเปลี่ยน หรือคายออก
วิธีสังเกตและสื่อสารกับทีมแพทย์
สังเกตเทียบกับปกติ
เปรียบเทียบกับสีหน้าและพฤติกรรมปกติของผู้ป่วย การเปลี่ยนแปลงคือเบาะแสสำคัญ
สังเกตจังหวะ
เจ็บตอนไหนเป็นพิเศษ เช่น ตอนกิน ตอนพูด หรือตลอดเวลา ช่วยบอกที่มาของความเจ็บ
จดไว้
จดสิ่งที่สังเกตได้พร้อมเวลาและสถานการณ์ เพื่อเล่าให้ทีมแพทย์ได้ครบและตรง
ปรึกษาทีมแพทย์
หากสงสัยว่าเจ็บมากหรืออาการเปลี่ยน แจ้งทีมแพทย์เพื่อประเมินและจัดการความเจ็บ
สิ่งที่ควรระวัง
ผู้ดูแลไม่ควรวินิจฉัยหรือให้ยาแก้ปวดเองโดยไม่ปรึกษาทีมแพทย์ เพราะผู้ป่วยมะเร็งมักมีข้อควรระวังเฉพาะ บทบาทของผู้ดูแลคือสังเกต บันทึก และส่งต่อข้อมูลให้ทีมแพทย์จัดการ
เมื่อไรควรรีบปรึกษาทีมแพทย์
หากสังเกตว่าผู้ป่วยดูเจ็บมากขึ้นเรื่อย ๆ ไม่ยอมกินหรือดื่มจนเสี่ยงขาดน้ำ มีไข้ เลือดออก หรืออาการโดยรวมทรุดลง ควรติดต่อทีมแพทย์โดยไม่รอ ดูสัญญาณที่ต้องรีบแจ้งเพิ่มเติมได้ที่ สัญญาณอันตรายที่ต้องแจ้งทีมรักษา
คำถามที่พบบ่อย
หากไม่แน่ใจ ให้ถือว่าอาจมีความเจ็บไว้ก่อนและสังเกตต่อเนื่อง เปรียบเทียบกับพฤติกรรมปกติ จดสิ่งที่เห็น และปรึกษาทีมแพทย์ การประเมินจากผู้เชี่ยวชาญช่วยให้แน่ใจและจัดการได้เหมาะ
ไม่ควรให้ยาเองโดยไม่ปรึกษาทีมแพทย์ เพราะผู้ป่วยมะเร็งมักมีข้อควรระวังเรื่องยา ควรปรึกษาทีมแพทย์หรือเภสัชกรที่ดูแลก่อนเสมอ
ไม่เสมอไป บางครั้งความเจ็บหรืออ่อนเพลียทำให้หลับมาก หรือกระสับกระส่ายขณะหลับ ลองสังเกตสีหน้าและท่าทางขณะหลับด้วย หากกังวลควรปรึกษาทีมแพทย์
จดว่าสังเกตเห็นอะไร (สีหน้า ท่าทาง พฤติกรรม) เกิดตอนไหน บ่อยแค่ไหน เจ็บตอนทำอะไร และมีอะไรเปลี่ยนไปจากเดิม ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้ทีมแพทย์ประเมินได้ดีขึ้น
อ่านต่อในหมวดเดียวกัน
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
- แนวทางการประเมินความเจ็บปวดในผู้ป่วยที่สื่อสารได้จำกัด (observational pain assessment) จากองค์กรวิชาชีพด้านการดูแลแบบประคับประคอง
- ข้อมูลสำหรับผู้ดูแลเรื่องการสังเกตสัญญาณความเจ็บที่ไม่ใช่คำพูด
- คำแนะนำการสื่อสารกับทีมรักษาเรื่องความเจ็บปวดของผู้ป่วยมะเร็ง
หมายเหตุบรรณาธิการ: เนื้อหานี้เรียบเรียงเพื่อให้ญาติผู้ดูแลเข้าใจภาพรวมการช่วยดูแลผู้ป่วยที่มีแผลในปาก ไม่ได้ระบุยา ขนาดยา หรือโปรโตคอลการรักษา และไม่ใช้แทนคำแนะนำของทีมแพทย์ที่ดูแลผู้ป่วยแต่ละราย
Sources / editorial basis
แหล่งอ้างอิงและกรอบข้อมูล
เนื้อหาหน้านี้เรียบเรียงจากแหล่งข้อมูลการแพทย์และแนวทางดูแลผู้ป่วยมะเร็งที่น่าเชื่อถือ โดยปรับภาษาให้อ่านง่ายสำหรับผู้ป่วยและญาติ
- NHS — Mouth cancer symptomsสัญญาณที่ควรให้แพทย์หรือทันตแพทย์ตรวจ เช่น แผลในปากนานกว่า 3 สัปดาห์ ก้อน ฝ้าขาว/ฝ้าแดง หรือกลืน/พูดลำบาก
- Cancer Research UK — Symptoms of mouth and oropharyngeal cancerอาการที่ควรสังเกต เช่น แผลไม่หาย ก้อน ปวดในปาก ฝ้าขาว/แดง และน้ำหนักลด
- NCI — Oral Complications of Cancer Therapies (PDQ®)ภาวะแทรกซ้อนในช่องปากจากการรักษามะเร็ง เช่น mucositis, infection, salivary gland dysfunction, taste dysfunction และ pain
- NCI/NCBI — Oral Complications of Cancer Therapies, patient summaryข้อมูลสำหรับผู้ป่วยเรื่อง oral mucositis จากเคมีบำบัดและฉายแสง รวมถึงกรอบเวลาโดยทั่วไป
- MASCC/ISOO — Clinical Practice Guidelines for Mucositisแนวทางวิชาชีพสำหรับ mucositis จาก cancer therapy
เรียบเรียงโดย: ทีมบรรณาธิการเว็บไซต์ www.แผลในปากมะเร็ง.com
ตรวจทานเชิงผลิตภัณฑ์และความเหมาะสมของถ้อยคำโดย: ทีม Eureka Pharma
ข้อมูลในหน้านี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ความรู้ทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์เฉพาะบุคคล และไม่ใช้แทนการวินิจฉัยหรือการดูแลจากทีมแพทย์ที่ดูแลผู้ป่วย หากกำลังรักษามะเร็งอยู่ ควรปรึกษาแพทย์ ทันตแพทย์ หรือทีมรักษาก่อนปรับการดูแลช่องปากหรือใช้ผลิตภัณฑ์ใด ๆ