C23 · กินเมื่อมีแผล

ดื่มน้ำให้พอ ป้องกันภาวะขาดน้ำ

ภาพประกอบการจิบน้ำสม่ำเสมอเพื่อป้องกันภาวะขาดน้ำเมื่อกลืนเจ็บ
จิบน้ำสม่ำเสมอช่วยกันขาดน้ำ แม้กลืนได้น้อยลง
คำตอบสั้น ๆ

เมื่อแผลในปากทำให้กลืนเจ็บ หลายคนดื่มน้ำได้น้อยลงจน เสี่ยงภาวะขาดน้ำ ซึ่งทำให้อ่อนเพลียและกระทบการฟื้นตัว ทางช่วยคือ จิบน้ำทีละน้อยบ่อย ๆ ตลอดวัน แทนการดื่มทีละมาก เลือกของเหลวที่อ่อนโยนและไม่เปรี้ยว เช่น น้ำเปล่า น้ำมะพร้าว ซุปใส นมหรือเครื่องดื่มเสริมพลังงาน และใช้หลอดหรือดื่มเย็นเล็กน้อยหากช่วยให้สบายขึ้น สัญญาณขาดน้ำที่ควรระวังคือ ปัสสาวะน้อยและสีเข้ม ปากแห้งมาก อ่อนเพลีย วิงเวียน หากมีอาการเหล่านี้หรือดื่มไม่ได้เลย ควรปรึกษาทีมแพทย์โดยไม่รอ

ทำไมการดื่มน้ำสำคัญเป็นพิเศษช่วงนี้

เมื่อกลืนเจ็บ การดื่มน้ำก็พลอยน้อยลงโดยไม่รู้ตัว ขณะเดียวกันการรักษาบางอย่างและภาวะปากแห้งก็ทำให้ร่างกายเสียน้ำง่ายขึ้น ภาวะขาดน้ำ ทำให้อ่อนเพลีย วิงเวียน ปากยิ่งแห้ง และฟื้นตัวช้าลง การดูแลให้ได้น้ำพอจึงสำคัญพอ ๆ กับการกิน

เคล็ดลับหลัก

"จิบทีละน้อย บ่อย ๆ" ได้ผลกว่าการฝืนดื่มทีละมาก โดยเฉพาะเมื่อกลืนเจ็บ

ของเหลวที่ช่วยได้ ไม่ใช่แค่น้ำเปล่า

💧

น้ำและน้ำอ่อน ๆ

น้ำเปล่า น้ำมะพร้าว น้ำต้มสุกอุณหภูมิห้อง จิบบ่อย ๆ ตลอดวัน

🥣

ซุปและของเหลวมีพลังงาน

ซุปใส ซุปข้น นม เครื่องดื่มเสริมพลังงาน ให้ทั้งน้ำและสารอาหาร

🧊

เย็น ๆ ช่วยให้สบาย

น้ำเย็นเล็กน้อย เจลาตินเหลว ไอศกรีมนุ่มรสไม่เปรี้ยว บางคนกลืนสบายกว่า

🥤

ใช้หลอดช่วย

การดูดจากหลอดอาจช่วยให้ของเหลวผ่านบริเวณที่เจ็บน้อยลงในบางคน

ภาพประกอบทางเลือกของเหลวที่อ่อนโยน เช่น น้ำเปล่า น้ำมะพร้าว ซุปใส
ของเหลวมีหลายแบบ ไม่จำเป็นต้องเป็นน้ำเปล่าอย่างเดียว

เลี่ยงของเหลวที่ทำให้แสบ

น้ำผลไม้รสเปรี้ยว น้ำอัดลมซ่า และเครื่องดื่มร้อนจัดอาจทำให้แสบแผล ลองเลือกของเหลวรสอ่อนไม่เปรี้ยวแทน — ดูเพิ่มที่ อาหารที่ทำให้แสบและควรเลี่ยง

สัญญาณของภาวะขาดน้ำที่ควรระวัง

รู้จักสัญญาณเหล่านี้ช่วยให้รับมือได้ทันก่อนจะรุนแรง

  • !

    ปัสสาวะน้อยลงและสีเข้ม เป็นสัญญาณแรก ๆ ที่สังเกตได้

  • !

    ปากและริมฝีปากแห้งมาก รู้สึกเหนียวคอ

  • !

    อ่อนเพลีย วิงเวียน หน้ามืด โดยเฉพาะเวลาลุกยืน

  • !

    ปวดศีรษะ ใจสั่น หรือรู้สึกไม่มีแรง

ภาพประกอบสัญญาณของภาวะขาดน้ำ เช่น ปัสสาวะน้อย ปากแห้ง อ่อนเพลีย
รู้จักสัญญาณขาดน้ำช่วยให้รับมือได้ทัน

ควรปรึกษาทีมแพทย์โดยไม่รอ

หากดื่มน้ำแทบไม่ได้เลย มีสัญญาณขาดน้ำชัดเจน อาเจียนหรือท้องเสียร่วมด้วย หรืออ่อนเพลียมากผิดปกติ ควรติดต่อทีมแพทย์โดยไม่รอ เพราะภาวะขาดน้ำในผู้ที่กำลังรักษามะเร็งอาจต้องได้รับการดูแลเพิ่มเติม

คำถามที่พบบ่อย

ปริมาณที่เหมาะต่างกันในแต่ละคนและขึ้นกับการรักษา โดยทั่วไปเน้นจิบน้ำสม่ำเสมอตลอดวันให้ปัสสาวะใสพอควร หากไม่แน่ใจหรือมีข้อจำกัดเรื่องน้ำ ควรสอบถามทีมแพทย์ที่ดูแล

ขึ้นกับความสบายของแต่ละคน หลายคนรู้สึกว่าน้ำเย็นเล็กน้อยช่วยให้กลืนสบายและลดแสบ แต่บางคนชอบอุณหภูมิห้อง ลองปรับตามตัวเอง หลีกเลี่ยงน้ำร้อนจัด

ซุปใสและของเหลวอื่นนับเป็นการได้น้ำเช่นกัน และยังให้พลังงานเพิ่ม จึงเป็นทางเลือกที่ดีเมื่อดื่มน้ำเปล่าได้น้อย แต่ควรระวังซุปที่เค็มจัดหรือร้อนจัดซึ่งอาจแสบ

ในบางคนการใช้หลอดช่วยให้ของเหลวผ่านบริเวณที่เจ็บน้อยลง แต่บางคนอาจรู้สึกไม่ต่าง ลองดูว่าวิธีไหนสบายกว่าสำหรับตัวเอง

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

  1. แนวทางการป้องกันและจัดการภาวะขาดน้ำในผู้ป่วยมะเร็งที่มีปัญหาการกลืน
  2. ข้อมูลสำหรับผู้ป่วยเรื่องการดื่มน้ำและของเหลวระหว่างการรักษามะเร็ง
  3. คำแนะนำการประคองโภชนาการและสมดุลน้ำในผู้ป่วยที่กินดื่มได้น้อย

หมายเหตุบรรณาธิการ: เนื้อหานี้เรียบเรียงเพื่อให้ผู้ป่วยและญาติเข้าใจภาพรวมการดูแลด้านอาหารและช่องปากอย่างปลอดภัย ไม่ได้ระบุยา ขนาดยา หรือโปรโตคอลการรักษา และไม่ใช้แทนคำแนะนำของทีมแพทย์หรือนักโภชนาการที่ดูแลผู้ป่วยแต่ละราย

Sources / editorial basis

แหล่งอ้างอิงและกรอบข้อมูล

เนื้อหาหน้านี้เรียบเรียงจากแหล่งข้อมูลการแพทย์และแนวทางดูแลผู้ป่วยมะเร็งที่น่าเชื่อถือ โดยปรับภาษาให้อ่านง่ายสำหรับผู้ป่วยและญาติ

  1. NHS — Mouth cancer symptomsสัญญาณที่ควรให้แพทย์หรือทันตแพทย์ตรวจ เช่น แผลในปากนานกว่า 3 สัปดาห์ ก้อน ฝ้าขาว/ฝ้าแดง หรือกลืน/พูดลำบาก
  2. Cancer Research UK — Symptoms of mouth and oropharyngeal cancerอาการที่ควรสังเกต เช่น แผลไม่หาย ก้อน ปวดในปาก ฝ้าขาว/แดง และน้ำหนักลด
  3. NCI — Oral Complications of Cancer Therapies (PDQ®)ภาวะแทรกซ้อนในช่องปากจากการรักษามะเร็ง เช่น mucositis, infection, salivary gland dysfunction, taste dysfunction และ pain
  4. NCI/NCBI — Oral Complications of Cancer Therapies, patient summaryข้อมูลสำหรับผู้ป่วยเรื่อง oral mucositis จากเคมีบำบัดและฉายแสง รวมถึงกรอบเวลาโดยทั่วไป
  5. MASCC/ISOO — Clinical Practice Guidelines for Mucositisแนวทางวิชาชีพสำหรับ mucositis จาก cancer therapy

เรียบเรียงโดย: ทีมบรรณาธิการเว็บไซต์ www.แผลในปากมะเร็ง.com
ตรวจทานเชิงผลิตภัณฑ์และความเหมาะสมของถ้อยคำโดย: ทีม Eureka Pharma

ข้อมูลในหน้านี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ความรู้ทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์เฉพาะบุคคล และไม่ใช้แทนการวินิจฉัยหรือการดูแลจากทีมแพทย์ที่ดูแลผู้ป่วย หากกำลังรักษามะเร็งอยู่ ควรปรึกษาแพทย์ ทันตแพทย์ หรือทีมรักษาก่อนปรับการดูแลช่องปากหรือใช้ผลิตภัณฑ์ใด ๆ